Ep1 : ความสัมพันธ์กับหลักวิทยาศาสตร์

อัลกรุอานคือธรรมนูญแห่งชีวิต อันจะนำทางมนุษย์จากความมืดสู่แสงสว่าง
พระมหาคัมภีร์อัลกุรอาน ซึ่งเป็นถ้อยคำของพระผู้เป็นเจ้าที่ประทานแก่ศาสดามุฮัมมัด (ศ็อลฯ) เมื่อกว่า 1,400 ปีก่อน มิได้เป็นเพียงแนวทางจริยธรรมและจิตวิญญาณเท่านั้น หากยังเต็มไปด้วยถ้อยคำที่สะท้อนถึงความจริงทางวิทยาศาสตร์อย่างน่าพิศวง ทั้งที่ในยุคนั้นยังไม่มีเทคโนโลยีหรือเครื่องมือในการค้นพบสิ่งเหล่านี้
หนึ่งในตัวอย่างที่โดดเด่นคือกระบวนการพัฒนาของมนุษย์ในครรภ์มารดา อัลกุรอานกล่าวไว้ว่า:
“แล้วเราได้สร้างตัวอสุจิให้เป็นก้อนเลือด แล้วเราจึงสร้างก้อนเลือดนั้นให้เป็นก้อนเนื้อ…”
(ซูเราะฮ์อัลมุมินูน 23:14)
คำอธิบายนี้สอดคล้องกับความรู้ทางชีววิทยาสมัยใหม่ซึ่งอธิบายถึงการพัฒนาแบบลำดับขั้นของตัวอ่อนในครรภ์ ที่เริ่มจากไซโกต พัฒนาเป็นเอ็มบริโอ และกลายเป็นทารกโดยลำดับ
อีกตัวอย่างคือเรื่องจักรวาล อัลกุรอานระบุว่า:
“และฟ้าทั้งหลาย เราได้สร้างมันขึ้นด้วยพลังอำนาจ และแท้จริงเราเป็นผู้ขยายมันออกไป”
(ซูเราะฮ์อัซซาริยาต 51:47)
ประโยค “ผู้ขยายมันออกไป” เป็นถ้อยคำที่สอดคล้องกับทฤษฎี “จักรวาลกำลังขยายตัว” (Expanding Universe) ซึ่งนักวิทยาศาสตร์ยุคปัจจุบัน เช่น เอ็ดวิน ฮับเบิล (Edwin Hubble) ได้ยืนยันผ่านการสังเกตการณ์ทางดาราศาสตร์
ในด้านธรณีวิทยา อัลกุรอานกล่าวว่า:
“และเราได้ทำให้ภูเขาทั้งหลายเป็นหลักยึดมั่นบนแผ่นดิน เพื่อมันจะไม่สั่นไหวไปกับพวกเขา…”
(ซูเราะฮ์อัลอัมบิยาอ์ 21:31)
ซึ่งชี้ถึงบทบาทของภูเขาในการรักษาเสถียรภาพของเปลือกโลก ซึ่งเป็นสิ่งที่นักธรณีวิทยายุคใหม่พบว่า ภูเขาทำหน้าที่คล้าย “หมุดยึด” ของแผ่นเปลือกโลกจริงๆ
นอกจากนี้ยังมีคำกล่าวถึงวงจรน้ำ ภูเขาเป็นเสาเข็มของแผ่นดิน การสร้างทุกสิ่งจากน้ำ และอื่น ๆ อีกมากมาย ซึ่งแม้จะไม่ใช่ตำราวิทยาศาสตร์โดยตรง แต่อัลกุรอานก็ไม่เคยขัดกับหลักการทางวิทยาศาสตร์ที่พิสูจน์แล้ว และในหลายกรณียังนำหน้าการค้นพบของมนุษย์ไปนับหลายร้อยปี
ด้วยเหตุนี้ นักวิทยาศาสตร์จำนวนไม่น้อยจึงเกิดความประหลาดใจต่อเนื้อหาในพระคัมภีร์เล่มนี้ นักวิทยาศาสตร์หลายท่านถึงขั้นหันมาศึกษาศาสนาอิสลามจากจุดเริ่มต้นทางวิทยาศาสตร์เหล่านี้เอง อัลกุรอานจึงมิใช่เพียงหนังสือแห่งศรัทธา แต่ยังเป็น “สัญญาณ” (อายะฮ์) ที่เชื้อเชิญให้มนุษย์ใช้สติปัญญาไตร่ตรองถึงความจริงอันยิ่งใหญ่ของจักรวาลและผู้สร้าง
บทความโดย : เชคฮัมกา แอเหย็บ
