
Grand Ayatollah Seyyid Abulqasim Musawi Al-Khoei (RA)
อายาตุลลอฮฺอัลอุซมาซัยยิดอบุลกอซิม มูซาวี อัลคูอี้ย์ (เราะฮิมะฮุลลอฮ์) เกิดในประเทศอิหร่าน เมื่อวันที่ 15 รอญับ 1317 ฮ.ศ. / ค.ศ. 1899 และมรณภาพที่เมืองนะญัฟ อัลอัชรัฟ ประเทศอิรัก เมื่อวันที่ 8 ซะฟัร 1412 ฮ.ศ. (วันที่ 8 สิงหาคม ค.ศ. 1992) ท่านได้รับการศึกษาในวิธีการดั้งเดิมของเทววิทยาชีอะห์จากอุละมาหรือผู้รู้ที่มีชื่อเสียง ท่านเข้าร่วมสถาบันเทววิทยาชั้นนำระดับโลกในเมืองนะญัฟ อัลอัชรัฟในปี 1912 ซึ่งเป็นปีที่ท่านย้ายจากอิหร่าน ตั้งแต่ยังเยาว์ท่านได้บรรลุถึงระดับของ “อิจติฮาด” ซึ่งเป็นกระบวนการในการตัดสินเกี่ยวกับบทบัญญัติศาสนาโดยใช้เหตุผลและหลักการของนิติศาสตร์ การบรรลุขั้นตอนนี้จะได้รับการยกย่องให้มีตำแหน่งว่า “อายาตุลลอฮฺ”
ผลงานด้านการสอน นิติศาสตร์ และงานเขียน
ท่านสอนอยู่ในเมืองนะญัฟมากว่า 70 ปี โดยในช่วง 50 ปีนั้น ท่านได้อุทิศตนเป็นพิเศษในการกำกับดูแลระดับบัณฑิตศึกษา ซึ่งขั้นสูงสุดคือ “บัฏษอัลคอริจ” (Bahth-al-Kharij) หรือระดับ “คลาสจบการศึกษา” ซึ่งเทียบเท่ากับวิทยานิพนธ์ระดับปริญญาเอก ผู้ที่ผ่านการศึกษาระดับนี้จะมีคุณสมบัติในการปฏิบัติ “อิจติฮาด” (การตีความบทบัญญัติศาสนาโดยอิสระ)
ท่านได้รับการยกย่องว่าเป็นผู้วางรากฐานของแนวคิดเฉพาะในหลักการแห่งนิติศาสตร์อิสลาม และเป็นหนึ่งในนักปราชญ์ผู้เชี่ยวชาญด้าน “กะลาม” (เทววิทยาเชิงอภิปรัชญา), “ริญาล” (ชีวประวัติของผู้ถ่ายทอดหะดีษ), “ฟิกฮ์” (กฎหมายอิสลาม) และ “ตัฟซีร” (การตีความอัลกุรอาน) นอกจากนี้ยังสนใจในสาขาวิชาอย่างดาราศาสตร์ คณิตศาสตร์ และปรัชญาอีกด้วย
ในด้านการเขียน ท่านมีผลงานมากมายในแขนงต่าง ๆ ดังกล่าว โดยเขียนหนังสือและตำราไว้ถึง 37 เล่ม ซึ่งส่วนใหญ่ได้รับการตีพิมพ์แล้ว ตัวอย่างผลงาน ได้แก่:
คำบรรยายในหลักนิติศาสตร์ – 10 เล่ม
ชีวประวัติผู้ถ่ายทอดหะดีษ – 24 เล่ม
กฎหมายอิสลาม – 18 เล่ม
อัลบะยาน ฟี ตัฟซีร อัลกุรอาน (คำอธิบายอัลกุรอาน)
มินฮาญุสซอลีฮีน (แนวทางแห่งผู้ชอบธรรม) – 2 เล่ม ตีพิมพ์ซ้ำกว่า 78 ครั้ง (คู่มือปฏิบัติทางศาสนาและกฎหมาย)
รวมคำถามศาสนา – ฉบับย่อของ “แนวทางแห่งผู้ชอบธรรม” แปลเป็นภาษาอาหรับ, อูรดู, ฟาร์ซี, อังกฤษ, ตุรกี, ไทย, มาเลย์, อินโดนีเซีย และคุชราต
มะบานี อัลอิสติมบาฏ (หลักการอนุมานทางนิติศาสตร์)
อัจวัด อัตตะกรีราต (หลักเกณฑ์ที่ดีที่สุด)
ชัรหฺ อัลอุรวะตุลวุษกา (คำอธิบายคัมภีร์ “ด้ามจับที่มั่นคง”)
ตำราว่าด้วยการแต่งกายต้องสงสัย – ริซาละฮฺ ฟี ลิบาส อัลมาชกู๊ก
นิติศาสตร์เชิงหลักฐาน
นะฟะฮาต อัลอิญาซ (กลิ่นหอมแห่งปาฏิหาริย์) – ปกป้องเกียรติของอัลกุรอาน
สถาบันระดับสูงของท่านมีนักศึกษาอยู่ประจำประมาณ 150 คนในแต่ละช่วงเวลา ซึ่งรวมถึงศิษย์ที่มีชื่อเสียงเช่น:
อยาตุลลอฮฺ อัลอุซมาฯ ซัยยิดซิสตานี
อยาตุลลอฮฺ ชะฮีด ซัยยิดมูฮัมหมัดบากิร อัลศ็อดรฺ (อิรัก)
ซัยยิดมะฮฺดี อัลฮะกีม และมูฮัมหมัดชัมสุดดีน (เลบานอน)
อิมามมูซา อัศศ็อดรฺ (เลบานอน)
ซัยยิดมูฮัมหมัดฮุเซน ฟัฎลุลลอฮฺ (เลบานอน)
อยาตุลลอฮฺ ซัยยิดมูฮัมหมัด อัรรูฮานี (อิหร่าน)
อยาตุลลอฮฺ อัลอัรดะบีลี (อดีตประธานศาลสูงสุดอิหร่าน)
ซัยยิดมูฮัมหมัดอาลี มักกี (ซีเรีย)
ซัยยิดมูฮัมหมัดอาลี บะฮฺรุลอุลูม (สหราชอาณาจักร)
กวีมุสตอฟา ญะมาลุดดีน (ซีเรีย)
หลังการเสียชีวิตของซัยยิดมุฮฺซิน อัลฮะกีม ในปี 1972 อิมาม อัลคูอี้ย์ ได้รับการยกย่องให้เป็น อายาตุลลอฮฺอัลอุซมา (Al-Marja’a Al-a’alam) โดยถือเป็นผู้ทรงภูมิรู้ที่สุดในบรรดาอายาตุลลอฮฺ 3 ท่านที่ยังมีชีวิตอยู่ในขณะนั้น และมีผู้ศรัทธามากที่สุดในหมู่ชีอะห์ทั่วโลก
ผลงานด้านสวัสดิการ
ท่านทุ่มเทแรงกายและแรงใจในการก่อตั้งองค์กรด้านสวัสดิการ สังคม วัฒนธรรม และการศึกษาสำหรับชาวมุสลิมทั่วโลก โดยมีตัวอย่างสถาบันที่ก่อตั้ง เช่น: อัลอัคฮุนด์
ดารุลฮิกมะฮฺ (บ้านแห่งเทววิทยา)
มะดีนะตุลอิลมฺ (นครแห่งความรู้) ในเมืองกุม ประเทศอิหร่าน – หนึ่งในศูนย์เทววิทยาชีอะห์ที่ใหญ่ที่สุด ประกอบด้วยโรงเรียนและที่พักรองรับได้ถึง 500 ครอบครัว
ศูนย์อัลคูอี้ย์กรุงเทพฯ ประเทศไทย
ศูนย์อัลคูอี้ย์กรุงธากา บังกลาเทศ
มหาวิทยาลัยอะฮ์ลุลบัยต์ อิสลามาบัด ปากีสถาน
มหาวิทยาลัยอัลเกาซัร อิสลามาบัด ปากีสถาน
สถานเลี้ยงเด็กกำพร้าอิมามอัลคูอี้ย์ เบรุต เลบานอน
สถาบันการศึกษาอิมามอัศศอดิก (ชาย) กรุงลอนดอน สหราชอาณาจักร
สถาบันการศึกษาอิมามอัศศอดิก (หญิง) กรุงลอนดอน สหราชอาณาจักร
โรงเรียนอัลอีมาน นิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา
นอกจากนี้ท่านยังให้การสนับสนุนทุนการศึกษาแก่นักศึกษาศาสนากว่า 1,000 คนจากอิรักและประเทศต่างๆ เช่น เลบานอน ซีเรีย กลุ่มรัฐอ่าว อินเดีย ปากีสถาน อิหร่าน อัฟกานิสถาน และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ครอบคลุมค่าใช้จ่ายที่พัก อาหาร เงินเดือนครู และค่าเล่าเรียน
สถาบันอื่นๆ
สำนักพิมพ์ – แปล พิมพ์ และแจกจ่ายหนังสือไปทั่วโลก (ตั้งอยู่ที่การาจี ปากีสถาน)
ศูนย์วัฒนธรรม เมืองมุมไบ อินเดีย – หนึ่งในศูนย์วัฒนธรรมชีอะห์ที่ใหญ่ที่สุดในระหว่างก่อสร้าง
สำนักงานตัวแทน – เพื่อดูแลความต้องการทางศาสนา สังคม การศึกษา และวัฒนธรรมของมุสลิมทั่วโลก โดยมีสำนักงานใหญ่ในลอนดอน สหราชอาณาจักร และสาขาในสหรัฐอเมริกา แคนาดา อินเดีย ปากีสถาน สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ โอมาน ซาอุดีอาระเบีย ไทย แอฟริกาเหนือ ซีเรีย เลบานอน มาเลเซีย
อิมามอัลคูอีย์ เป็นผู้นำที่ยึดมั่นในสันติภาพ การสนทนา และความเข้าใจอันดี ท่านสนับสนุนความไม่รุนแรง และส่งเสริมความอดทน ซึ่งสะท้อนถึงหลักคุณธรรมของศาสนาอิสลามอย่างแท้จริง
ช่วงปลายชีวิตและผลกระทบ
หลังสงครามอ่าวเปอร์เซียและการปราบปรามการลุกฮือของประชาชนในอิรักโดยกองกำลังของซัดดัม ท่านและครอบครัวพร้อมอุละมาอีกจำนวนมากถูกจับกุมและนำไปยังกรุงแบกแดด และถูกบังคับให้ปรากฏตัวทางโทรทัศน์ร่วมกับซัดดัม ภายใต้แรงกดดัน ซัดดัมยอมปล่อยท่านกลับนะญัฟ แต่ไม่คืนครอบครัวให้ และวางท่านไว้ภายใต้ การกักบริเวณในบ้าน เมื่อวันที่ 20 มีนาคม 1991
จากเหตุการณ์ฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ การทำลายล้าง การจับกุม และการพลัดถิ่นของประชาชนในนะญัฟ และเมืองทางตอนใต้และเหนือของอิรัก ทำให้เมืองหลายแห่งแทบร้างไร้ และชีวิตปกติต้องหยุดชะงัก การเรียนการสอนในนะญัฟถูกยุติโดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังมีข้อจำกัดที่เข้มงวดต่อท่านผู้นำทางจิตวิญญาณ
หลังจากท่านถึงแก่อสัญกรรมในปีถัดมา รัฐบาลซัดดัมสั่งปิดสถาบันของท่าน และทำการขับไล่ จับกุม และคุกคามนักศึกษากว่า 1,000 คนที่ลงทะเบียนเรียนกับสถาบันของท่าน
