
มุบาฮะละฮ์: หลักฐานจากอัลกุรอานที่ยืนยันความประเสริฐของอะฮ์ลุลบัยต์ (อ.) และสิทธิ์ในการเป็นผู้นำของอิมามอะลี (อ.)
เหตุการณ์มุบาฮะละฮ์ คือหลักฐานที่ชัดเจนจากอัลกุรอานที่ยืนยันถึง ความประเสริฐของอะฮ์ลุลบัยต์ (อ.) และ สิทธิในการเป็นผู้นำของอิมามอะลี (อ.)
#ความหมายของมุบาฮะละฮ์ในประวัติศาสตร์อิสลาม :
มุบาฮะละฮ์เป็นหนึ่งในเหตุการณ์สำคัญที่สุดในประวัติศาสตร์แห่งการประทานโองการของอัลลอฮ์ และถือเป็น หลักฐานอันหนักแน่นที่ยืนยันถึงความถูกต้องของแนวทางชีอะห์ รวมถึง สถานะอันสูงส่งของอะฮ์ลุลบัยต์ (อ.) ต่อหน้าอัลลอฮ์และต่อหน้าผู้มีสติปัญญาทั้งมวล หนึ่งในแง่มุมสำคัญของเหตุการณ์นี้ คือการเผยให้เห็นถึงความใกล้ชิดและความโดดเด่นของ อิมามอะลี (อ.), ท่านหญิงฟาฏิมะฮ์ (อ.), อิมามฮะซัน (อ.) และ อิมามฮุเซน (อ.) ในสายตาของพระผู้เป็นเจ้าและท่านศาสดามุฮัมมัด (ศ็อลฯ)
#เนื้อหาในอัลกุรอานที่เกี่ยวข้อง
อัลกุรอานได้กล่าวถึงมุบาฮะละฮ์ว่าเป็นการพิสูจน์ว่าใครคือผู้ที่อยู่ใกล้ชิดกับท่านศาสดา (ศ็อลฯ) และใครคือบุคคลที่เป็นที่รักยิ่งของพระผู้เป็นเจ้าในโลกนี้ การมุบาฮะละฮ์ คือการวิงวอนต่อพระเจ้าอย่างจริงใจ เพื่อให้พระองค์เปิดเผยความจริง และประณามผู้ปฏิเสธความจริง
อัลกุรอานกล่าวว่า: “จงเรียกลูกหลานของพวกเรา ผู้หญิงของพวกเรา และตัวของเรา กับลูกหลานของพวกท่าน…” (ซูเราะฮ์ อาลิ อิมรอน 3:61)
ท่านศาสดามุฮัมมัด (ศ็อลฯ) ได้เชิญคนที่รักและบริสุทธิ์ที่สุดในหมู่เครือญาติของท่านมาร่วมในการมุบาฮะละฮ์ ซึ่งสะท้อนว่า ผู้ที่ท่านพาไปร่วมนั้นคือผู้มีคุณธรรมสูงสุดในอิสลาม นี่คือเหตุผลว่าทำไมต้องเป็นอิมามอะลี (อ.), ท่านหญิงฟาฏิมะฮ์ (อ.), และสองหลานชายของท่านที่ได้รับเลือก
#การวิเคราะห์โดยนักวิชาการอิสลาม
อัลลามะฮ์ ตะบะตะบาอี นักวิชาการอิสลามผู้มีชื่อเสียง กล่าวว่า อายะฮ์มุบาฮะละฮ์ได้แสดงอย่างชัดเจนว่า อิมามอะลี (อ.), ท่านหญิงฟาฏิมะฮ์ (อ.), อิมามฮะซัน (อ.), และ อิมามฮุเซน (อ.) คือ “ผู้ร่วมภารกิจ” กับท่านศาสดาในการเรียกร้องสู่เอกภาพของพระเจ้า และในการยืนยันความถูกต้องของศาสนาอิสลาม ตลอดจนเป็นการปฏิเสธแนวคิดบิดเบือนของคริสตชนแห่งเมืองนัจญ์รอนในขณะนั้น
#มุบาฮะละฮ์: หลักฐานแห่งความเป็นผู้นำของอิมามอะลี (อ.)
อายะฮ์นี้ยังถูกใช้เป็นหลักฐานที่ทรงพลังที่สุดในการพิสูจน์ว่า อิมามอะลี (อ.) คือผู้สืบทอดตำแหน่งผู้นำ (เคาะลีฟะฮ์) โดยตรง จากท่านศาสดา ซึ่งไม่เพียงเป็นมุมมองของนักวิชาการ แต่ยังเป็นแนวคิดที่ อิมามรฏอ (อ.) เองได้นำมาใช้ในการโต้แย้งกับ เคาะลีฟะฮ์มะอ์มูน โดยท่านกล่าวว่า:
“หากท่านศาสดาคือผู้ที่ประเสริฐที่สุดในหมู่ศาสดา อิมามอะลีก็ย่อมเป็นผู้ที่ประเสริฐที่สุดในหมู่ผู้สืบทอดตำแหน่ง เพราะอัลกุรอานเรียกเขาว่า ‘ตัวของท่านศาสดา’ (نَفْسَ النَّبِي)”
#ความสำคัญของวันมุบาฮะละฮ์ในยุคปัจจุบัน: แม้เหตุการณ์มุบาฮะละฮ์จะมีความยิ่งใหญ่ในประวัติศาสตร์อิสลาม แต่ยังมีความเข้าใจที่ไม่เพียงพอในหมู่ประชาชนทั่วไปเกี่ยวกับความสำคัญและสาระของวันนี้ จึงเป็นหน้าที่ของบรรดานักวิชาการและผู้นำศาสนา ที่ต้อง ส่งเสริมความเข้าใจและให้ความรู้เกี่ยวกับวันมุบาฮะละฮ์
ทั้งเหตุการณ์มุบาฮะละฮ์ และ เหตุการณ์ฆอดีร ถือเป็นหลักฐานสำคัญที่สนับสนุนความถูกต้องของแนวทางชีอะห์ ซึ่งจำเป็นต้องมีการเผยแพร่และสร้างวัฒนธรรมในการรำลึกถึงวันนี้ให้มากขึ้น
#ข้อแนะนำให้ปฏิบัติในวันมุบาฮะละฮ์: ในวันนี้ ผู้ศรัทธาควรปฏิบัติสิ่งดีงามต่างๆ เช่น – อ่านซิยาเราะฮ์อิมามอะลี (อ.) โดยเฉพาะ ซิยาเราะฮ์ญาเมอะแกบีเราะฮ์
-ทำความดี เช่นบริจาคหรือช่วยเหลือผู้ยากไร้
-อ่านดุอาอ์ของวันมุบาฮะละฮ์ ที่มีการแนะนำไว้ในหนังสือมะฟาติห์ และอื่นๆ
ทั้งนี้เพื่อตามรอยท่านอิมามอะลี (อ.) ผู้เคยบริจาคแหวนแก่คนยากไร้แม้ขณะอยู่ในการรุกูอ์ (โค้งคำนับ) ระหว่างละหมาด ซึ่งกลายเป็นสัญลักษณ์ของการเสียสละเพื่อศาสนาและเพื่อนมนุษย์
ควรที่จะทำความเข้าใจกับเรื่องราวที่เกิดขึ้นโดยเฉพาะเรื่อง มุบาฮิละฮ แล้วจะเข้าใจว่าอะลุลบัยต์นบี ยิ่งใหญ่ขนาดไหนต่อประชาชาติ!!
