loader image

มูลนิธิอัล-คูอี้ย์ แสดงความเสียใจต่อการจากไปของสมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิส


มูลนิธิอัล-คูอี้ย์ แสดงความเสียใจต่อการจากไปของสมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิสในนามของมูลนิธิอัล-คูอีย์ และชุมชนมุสลิมชีอะห์ทั่วโลก เราขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้ง

และส่งความเสียใจอย่างสุดหัวใจไปยังคริสตจักรโรมันคาทอลิกและชุมชนคาทอลิกทั่วโลก เนื่องในโอกาสการจากไปของสมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิสสมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิสเป็นแสงแห่งความหวังในช่วงเวลาแห่งความขัดแย้ง มรดกอันล้ำค่าของพระองค์นั้นคือการก้าวข้ามพรมแดนของศาสนา และในช่วงชีวิตของพระองค์ทรงเต็มไปด้วยคุณธรรม ความถ่อมตนอย่างจริงใจ และความเมตตาต่อผู้คนทุกศาสนา – และแม้แต่ผู้ที่ไม่มีศาสนา พระองค์เน้นย้ำถึงศักดิ์ศรีของความเป็นมนุษย์ของทุกคน ซึ่งเป็นข้อความที่สะท้อนออกมาอย่างชัดเจนในบทเทศน์สุดท้ายของพระองค์ในวันอีสเตอร์ ซึ่งพระองค์ได้เรียกร้องให้เกิดสันติภาพในตะวันออกกลาง มรดกของพระองค์ที่ทิ้งไว้จะเป็นสิ่งที่โลกทั้งใบต้องจดจำและให้เกียรติอย่างลึกซึ้ง

มูลนิธิอัล-คูอีย์ตระหนักถึงความสำคัญอย่างยิ่งในความร่วมมือระหว่างศาสนามาโดยตลอด และภูมิใจในความสัมพันธ์อันยาวนานกับคริสตจักรคาทอลิกตั้งแต่ยุคของสมเด็จพระสันตะปาปาจอห์น ปอล ที่ 2 มูลนิธิได้รับโอกาสเข้าพบกับสมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิสในหลายวาระ เพื่อพูดคุยเกี่ยวกับการเสวนาระหว่างศาสนาและประเด็นระดับโลกผ่านมุมมองของความศรัทธา การพบปะนี้ได้สะท้อนถึงความสัมพันธ์อันอบอุ่นระหว่างชุมชนของเรา และเป็นเครื่องพิสูจน์ถึงความเคารพซึ่งกันและกัน ระหว่างสถาบันของเรา สมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิสได้ประสานต่อพื้นฐานนั้นด้วยความซื่อสัตย์ ปัญญา และหัวใจที่เปิดกว้าง ยิ่งทำให้สายสัมพันธ์ระหว่างชาวมุสลิมและชาวคริสต์ทั่วโลกแน่นแฟ้นยิ่งขึ้น

ในช่วงเวลาทางประวัติศาสตร์ มากมายในสมณสมัยของพระองค์ เราขอรำลึกด้วยความชื่นชมต่อการเสด็จเยือนเมืองศักดิ์สิทธิ์แห่งนะญัฟ ประเทศอิรัก ในเดือนมีนาคม 2021 และการพบปะกับผู้นำสูงสุดของชาวมุสลิมชีอะห์ ท่านอายะตุลลอฮ์ อัลอุซมา ซัยยิด อาลี อัล-ซีสตานี เหตุการณ์ดังกล่าวนับเป็นก้าวที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในการเสวนาระหว่างศาสนาอิสลามและคริสต์ ซึ่งยืนยันถึงคุณค่าในการร่วมกันของศาสนาในเครืออับราฮัม และเน้นย้ำถึงบทบาทสำคัญของผู้นำศาสนาในการส่งเสริมความเคารพซึ่งกันและกันและการอยู่ร่วมกันอย่างสันติ เป็นสารอันทรงพลังของความสามัคคีและความเข้าใจในช่วงเวลาที่ความขัดแย้งทางนิกายและความแตกแยกทางวัฒนธรรมคุกคามสังคมจำนวนมาก

ในช่วงเวลาแห่งความโศกเศร้านี้ เราขอยืนยันในเจตนารมณ์ที่จะยึดมั่นในอุดมการณ์ที่สมเด็จพระสันตะปาปาทรงยึดถือมาตลอดชีวิตของพระองค์ ได้แก่ การแสวงหาสันติภาพ การดูแลผู้ด้อยโอกาส การอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม และที่สำคัญที่สุดคือ การสร้างสะพานเชื่อมโยงระหว่างศาสนาและวัฒนธรรม เราเชื่อว่าในช่วงเวลาที่ยากลำบากและไม่แน่นอนนี้ ผู้นำศาสนาทุกคนจำเป็นต้องร่วมกันแบกคบไฟที่พระองค์ได้ส่งต่อไว้ – ยืนหยัดร่วมกันในความเป็นมนุษย์ที่เรามีร่วมกัน และเปล่งเสียงด้วยความกล้าหาญเพื่อความยุติธรรมและการปรองดอง

ขอให้ดวงวิญญาณของพระองค์จงสถิตอยู่ในสันติ และขอพระเจ้าประทานความเข้มแข็งและการปลอบประโลมให้แก่ผู้ที่ดำเนินรอยตามแบบอย่างของพระองค์ทุกคน

Scroll to Top