
วันมับอัซ: การอุบัติของแสงสว่างแห่งมนุษยชาติ
ภารกิจศาสนทูตของท่านศาสดามูฮัมหมัด ﷺ กับการเปลี่ยนโลกด้วยคุณธรรม
1. วันมับอัซ: จุดเปลี่ยนของประวัติศาสตร์มนุษย์
วันมับอัซ (يوم المبعث) คือวันที่พระผู้เป็นเจ้าอัลลอฮ์ ﷻ ทรงเลือกมนุษย์ผู้หนึ่งจากหมู่มนุษย์ทั้งมวล ให้ทำหน้าที่อันสูงส่งยิ่ง คือการเป็นศาสนทูตเพื่อนำพามนุษยชาติออกจากความมืดแห่งอวิชชา สู่แสงสว่างแห่งความรู้ ความศรัทธา และคุณธรรม มนุษย์ผู้นั้นคือ ท่านศาสดามูฮัมหมัด ﷺ
วันมับอัซมิใช่เพียงวันแห่งการเริ่มต้นการประทานอัลกุรอานเท่านั้น หากแต่เป็นวันแห่งการเริ่มต้น “โครงการฟื้นฟูมนุษยชาติ” อย่างแท้จริง เป็นการอุบัติของภารกิจที่มุ่งปลดปล่อยมนุษย์จากการบูชาสิ่งถูกสร้าง สู่การเคารพภักดีต่อพระผู้สร้างเพียงผู้เดียว
อัลกุรอานกล่าวถึงบทบาทของท่านศาสดาว่า
“พระองค์ทรงเป็นผู้ที่ส่งศาสนทูตมาจากหมู่พวกเขา เพื่ออ่านโองการของพระองค์แก่พวกเขา ชำระพวกเขาให้บริสุทธิ์ และสอนคัมภีร์และปัญญาแก่พวกเขา”
(อัล-ญุมอะฮ์ 62:2)
นี่คือสาระสำคัญของวันมับอัซ—การอ่าน การเรียนรู้ การขัดเกลาจิตใจ และการยกระดับสติปัญญาของมนุษย์
2. ถ้ำฮิรออ์: จุดเริ่มต้นของวะฮ์ยูและภารกิจแห่งความรู้
ก่อนการมับอัซ ท่านมูฮัมหมัด ﷺ เป็นผู้รักการใคร่ครวญ สันโดษ และแสวงหาความจริง ท่านใช้เวลามากมายในถ้ำฮิรออ์ เพื่อพิจารณาความหมายของชีวิตและความอยุติธรรมในสังคม จนกระทั่งในคืนหนึ่ง ท่านญิบรีล (อ.) ได้นำวะฮ์ยูครั้งแรกมาประทานแก่ท่าน ด้วยถ้อยคำที่สะเทือนประวัติศาสตร์ว่า
“อ่านเถิด ด้วยพระนามแห่งพระผู้อภิบาลของเจ้า ผู้ทรงสร้าง ทรงสร้างมนุษย์จากก้อนเลือด อ่านเถิด และพระผู้อภิบาลของเจ้านั้นทรงเอื้อเฟื้อ ผู้ทรงสอนด้วยปากกา ทรงสอนมนุษย์ในสิ่งที่เขาไม่รู้” (อัล-อัลัก 96:1–5)
การเริ่มต้นภารกิจด้วยคำว่า “อ่าน” แสดงให้เห็นว่า อิสลามเป็นศาสนาแห่งความรู้ การคิด การเรียนรู้ และการปลดปล่อยมนุษย์จากความไม่รู้ วันมับอัซจึงเป็นวันแห่งการตื่นรู้ของสติปัญญามนุษย์ควบคู่ไปกับศรัทธา
3. การเผชิญความมืด: ความอดทนและความมั่นคงของศาสนทูต
ภารกิจหลังวันมับอัซไม่ได้ราบรื่น ท่านศาสดามูฮัมหมัด ﷺ ต้องเผชิญกับการต่อต้าน การเยาะเย้ย การคว่ำบาตร และการข่มเหงจากกลุ่มผู้นำกุเรช แต่ท่านไม่เคยตอบโต้ด้วยความรุนแรง หากกลับยืนหยัดด้วยความอดทน (ซ็อบร์) และความเมตตา
ท่านกล่าวว่า
“ขอสาบานต่ออัลลอฮ์ หากพวกเขานำดวงอาทิตย์มาไว้ในมือขวาของฉัน และดวงจันทร์มาไว้ในมือซ้ายของฉัน เพื่อให้ฉันทิ้งภารกิจนี้ ฉันก็จะไม่ละทิ้งมัน”
คำกล่าวนี้สะท้อนถึงความมั่นคงทางอีหม่าน และความรับผิดชอบอันยิ่งใหญ่ต่อภารกิจที่พระผู้เป็นเจ้าทรงมอบหมาย
4. มับอัซกับการฟื้นฟูศักดิ์ศรีของมนุษย์
หนึ่งในสาระสำคัญของวันมับอัซ คือการฟื้นฟู “ศักดิ์ศรีของมนุษย์” ท่านศาสดา ﷺ ประกาศความเสมอภาคของมนุษย์ทุกคน ไม่ว่าจะเป็นชนชาติ สีผิว หรือฐานะทางสังคม
ท่านกล่าวว่า
“ไม่มีความประเสริฐของชาวอาหรับเหนือชาวที่ไม่ใช่อาหรับ และไม่มีความประเสริฐของคนผิวขาวเหนือคนผิวดำ เว้นแต่ด้วยความยำเกรงต่ออัลลอฮ์”
วันมับอัซจึงเป็นการปฏิวัติทางคุณค่าที่แท้จริง เปลี่ยนสังคมที่ยึดสายเลือดและอำนาจ มาเป็นสังคมที่ยึดคุณธรรมและความยำเกรง
5. ศาสนทูตแห่งความเมตตา
อัลกุรอานนิยามภารกิจของท่านศาสดาว่า
“และเรามิได้ส่งเจ้ามา นอกจากเพื่อเป็นความเมตตาแก่สากลโลก” (อัล-อันบิยาอ์ 21:107)
ความเมตตาของท่านศาสดา ﷺ ครอบคลุมทั้งมนุษย์ สัตว์ และสรรพสิ่ง ท่านให้อภัยแม้ต่อผู้ที่ทำร้ายท่าน และสั่งสอนให้ผู้ศรัทธาเป็นแหล่งความปลอดภัยของผู้อื่น
มับอัซจึงไม่ใช่การเริ่มต้นของอำนาจ แต่เป็นการเริ่มต้นของความรับผิดชอบต่อสรรพชีวิต
6. ความหมายของวันมับอัซในโลกปัจจุบัน
ในโลกยุคปัจจุบันที่เต็มไปด้วยความแตกแยก ความเกลียดชัง และการใช้ความรุนแรง วันมับอัซเตือนใจเราว่า แนวทางของท่านศาสดามูฮัมหมัด ﷺ คือแนวทางแห่งสติปัญญา ความเมตตา และการอยู่ร่วมกันอย่างมีศักดิ์ศรีการรำลึกถึงวันมับอัซไม่ควรหยุดอยู่ที่พิธีกรรม หากควรสะท้อนออกมาเป็นการกระทำ—การพูดความจริง การยืนหยัดในความยุติธรรม และการเป็นแบบอย่างที่ดีในสังคม
บทสรุป
วันมับอัซคือวันแห่งการอุบัติของแสงสว่างที่ยังคงส่องทางมนุษยชาติจนถึงวันนี้ ท่านศาสดามูฮัมหมัด ﷺ มิได้เป็นเพียงบุคคลในประวัติศาสตร์ หากเป็นแบบอย่างนิรันดร์ของมนุษย์ผู้สมบูรณ์ การรำลึกถึงวันมับอัซ คือการฟื้นพันธสัญญาระหว่างมนุษย์กับพระผู้เป็นเจ้า—ว่าจะดำเนินชีวิตด้วยศรัทธา ปัญญา และความเมตตา ดังเช่นที่ศาสนทูตของพระองค์ได้แสดงให้เห็นแล้ว
บทความโดย : เชคฮัมกา แอเหย็บ
