
เมื่อสายลมแห่งความโศกเศร้าพัดผ่านหัวใจของผู้ศรัทธา ทุกปีเป็นสัญญาณเตือนว่าเรากำลังก้าวเข้าสู่ห้วงเวลาที่เจ็บปวดและลึกซึ้งที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์อิสลาม นั่นคือ “อัยยามฟาตีมียะฮ์” หรือวันแห่งการไว้อาลัยแด่ท่านหญิงฟาติมะฮ์ อัซ-ซะฮ์รอ (สันติสุขจงมีแด่นาง) ธิดาอันเป็นที่รักยิ่งของศาสดามุฮัมมัด (ซ.ล.) ผู้เปรียบเสมือนดวงใจของท่านศาสดา และเป็นมารดาแห่งบรรดาอิมามผู้บริสุทธิ์
วันเสียชีวิตของท่านหญิงฟาติมะฮ์ (อ.) มีรายงานแตกต่างกันในแหล่งข้อมูลทางประวัติศาสตร์และหะดีษ โดยมีรายงานสำคัญที่ระบุว่าท่านมีชีวิตอยู่หลังการจากไปของศาสดา (ศ.) อีก 75 วัน และอีกรายงานหนึ่งระบุว่า 95 วัน ด้วยเหตุนี้ ชีอะฮ์อิมามียะฮจึงมีธรรมเนียมจัดพิธีรำลึกในสองช่วงสำคัญ ได้แก่ วันที่ 13 ญะมาดิอุลอาวัล และวันที่ 3 ญะมาดิอุษษานี ตามปฏิทินฮิจเราะฮ์จันทรคติ ซึ่งเรียกกันว่าฟาตีมียะฮ์ช่วงแรกและช่วงที่สอง
การรำลึกในช่วงอัยยามฟาตีมียะฮ์มิได้มีความหมายเพียงการแสดงความโศกเศร้าต่อการสูญเสียบุคคลอันเป็นที่รักของศาสดา (ศ.) เท่านั้น แต่ยังเป็นโอกาสให้ผู้ศรัทธาได้ศึกษาประวัติศาสตร์ ทบทวนคุณธรรม และเรียนรู้จากจุดยืนของท่านหญิงฟาติมะฮ์ (อ.) โดยเฉพาะความกล้าหาญในการปกป้องสิ่งที่ท่านเชื่อว่าเป็นสัจธรรม การรักษาหลักการทางศาสนา และการไม่เพิกเฉยต่อความอยุติธรรม
ท่านหญิงฟาติมะฮ์ (อ.) มิได้เป็นเพียงแค่สตรีผู้สูงส่งในหน้าประวัติศาสตร์ แต่ทรงเป็นสัญลักษณ์แห่งความอดทน ความเสียสละ และความจงรักภักดีต่อสัจธรรม ช่วงเวลาหลังการจากไปของท่านศาสดาผู้เป็นบิดา คือช่วงเวลาที่หัวใจของท่านหญิงแตกสลาย ท่ามกลางความอยุติธรรม ความยากลำบาก และมรสุมทางการเมืองที่โหมกระหน่ำใส่ครอบครัวของท่าน ท่านหญิงฟาติมะฮ์ (อ.) ต้องเผชิญกับการสูญเสียและอคติทางสังคม แต่สิ่งที่เจ็บปวดที่สุดคงไม่ใช่ความเหนื่อยยากทางกาย หากแต่เป็นการเห็นความศรัทธาที่เริ่มสั่นคลอน และสิทธิอันชอบธรรมของท่านอะลี (อ.) ผู้เป็นสามีถูกพรากไป
แม้ว่าชีวิตอันแสนสั้นของท่านจะเต็มไปด้วยหยาดน้ำตาและความร้าวราน แต่ท่านก็ยังคงยืนหยัดอย่างมั่นคงดั่งภูผา เป็นเกราะคุ้มกันให้กับวะลายัต (การปกครองอันเที่ยงธรรม) จนถึงลมหายใจสุดท้าย การจากไปของท่านหญิงในวัยที่ยังเยาว์วัย สร้างความโศกเศร้าอย่างสุดซึ้งแก่ท่านอะลี (อ.) และลูกๆ ทั้งห้า จนกลายเป็นรอยแผลเป็นที่ไม่มีวันเลือนหายไปจากหน้าประวัติศาสตร์ชีอะห์
คำว่า “อัยยามฟาตีมียะฮ์” จึงไม่ใช่เพียงแค่การรำลึกถึงการจากไปของบุคคลสำคัญ แต่คือการเดินทางกลับสู่รากเหง้าแห่งจิตวิญญาณ เป็นช่วงเวลาที่เรานำหัวใจมาวางไว้หน้าประตูบ้านของท่านหญิง เพื่อเรียนรู้ความหมายที่แท้จริงของการยืนหยัดเพื่อความจริง แม้ต้องแลกมาด้วยความโดดเดี่ยวและความเจ็บปวด ทุกหยดน้ำตาที่หลั่งรินในวันนี้ คือเครื่องยืนยันว่าความรัก ความผูกพัน และความภักดีที่เรามีต่ออะห์ลุลบัยต์ (ครอบครัวศาสดา) ยังคงสั่นไหวอยู่ในก้นบึ้งของหัวใจเสมอ
ขอความสันติสุขจงมีแด่ท่าน วันที่ท่านลืมตาดูโลก วันที่ท่านจากโลกนี้ไป และวันที่ท่านจะถูกฟื้นคืนชีพขึ้นมาอีกครั้ง… โอ้ ท่านหญิงผู้บริสุทธิ์ ผู้เป็นดั่งดอกไม้แห่งสรวงสวรรค์ที่ร่วงหล่นก่อนเวลาอันควร แต่กลิ่นหอมของความดีงามและการเสียสละของท่าน จะยังคงอบอวลอยู่ในหัวใจของผู้ศรัทธาตราบชั่วนิรันดร์
السَّلَامُ عَلَيْكِ يَا فَاطِمَةَ الزَّهْرَاءَ (عَلَيْهَا السَّلَامُ)
บทความโดย : เชคฮัมกา แอเหย็บ
